14 เรื่องควรรู้ เมื่อถึงเวลารีโนเวทห้องนอน

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องนอนนั้นเป็นอีกห้องที่สำคัญที่สุดในบ้าน เนื่องจากเป็นห้องที่ให้เราได้พักผ่อนร่างกายหลังจากผ่านการใช้งานมาทั้งวัน แต่ทว่ายิ่งเราอยู่อาศัยไปนานวัน กาลเวลาก็อาจทำให้สภาพห้องนอนของเราดูทรุดโทรมไม่น่าอยู่ หลายคนจึงเลือกที่จะทำการรีโนเวทห้องนอนใหม่ ให้ออกมาสวยงาม รวมไปถึงเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้อาศัยได้มากยิ่งขึ้น

    วันนี้เราก็เลยจะพาทุกท่านมาดูข้อควรรู้ก่อนทำการรีโนเวทห้องนอน ซึ่งก่อนที่จะลงมือปรับปรุงแต่ละครั้ง เราต้องมีการวางแผนการทำงาน รวมถึงต้องศึกษาข้อควรรู้ เทคนิคต่างๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความยุ่งยาก และระยะเวลาในการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมงบประมาณในแต่ละครั้งอีกด้วย ตามไปชมกันเลย

   1. กำหนดวัตถุประสงค์

    อันดับแรกต้องมามองภาพรวมก่อน ว่าเราอยากจะปรับปรุงภายในห้องทั้งหมด โดยการทำผนังห้องใหม่ กั้นห้อง ทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน หรืออาจจะเพียงแค่ตกแต่งบ้างเล็กน้อยแค่บางจุดภายในห้องให้ภาพรวมดูสวยงามขึ้น การกำหนดวัตถุประสงค์ก่อนลงมีรีโนเวทนับเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด

 

   2. เตรียมงบประมาณ

    หลักสำคัญของการจะรีโนเวทห้องนั้น เราต้องคำนึงถึงงบประมาณที่เรามี ว่าจะเพียงพอต่อการปรับปรุงหรือต่อเติมห้องของเราหรือไม่ จึงควรเปรียบเทียบราคาวัสดุต่างๆ ให้สอดคล้องกับงบที่เรามีและเกิดความคุ้มค่าอย่างสูงสุด




 

   3. รวบรวมข้อมูล และสไตล์ที่ชอบ

    สิ่งที่ควรทำหลังจากการวางแผนและเตรียมงบประมาณแล้ว ก็คือการวบรวมข้อมูลและสไตล์ที่ชื่นชอบว่าเราอยากจะเปลี่ยนห้องนอนของเราให้สวยงามในรูปแบบไหน องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อบรรยากาศโดยตรงก็คือ ฝ้าเพดาน เนื่องจากเป็นสิ่งทิ่อยู่เหนือศรีษะของเราที่จะสังเกตเห็นได้ง่ายๆ แนะนำให้เลือกใช้ฝ้าเพดานฉาบเรียบที่ทำจากวัสดุคุณภาพได้มาตรฐาน หรือจะเน้นดีไซน์ลูกเล่นแปลกตา อย่างเช่น ฝ้าหลุม ฝ้าแบบโค้ง หรือฝ้าซ่อนไฟ เพื่อให้ได้ห้องนอนที่มีบรรยากาศที่น่าพักผ่อนมากที่สุด

4. รีโนเวทห้องสำหรับใคร

    เราต้องคำนึงถึงการออกแบบห้องนอนว่าเราจะตกแต่งห้องสำหรับใคร อาทิเช่น อาศัยอยู่เอง ปล่อยเช่า หรือขายต่อ เพื่อจะได้คำนึกถึงการออกแบบในส่วนต่างๆ ตามช่วงเวลาที่คุณอาศัยอยู่ เช่น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ พื้น ผนัง เป็นต้น

  

 

5. พิจารณาโครงสร้างเดิม

    หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขแบบเพิ่มเติม เช่น ทุบผนัง เจาะผนัง เปลี่ยนโครงสร้างฝ้าเพดานหรือการแก้ไขคาน เมื่อมีออกแบบงานมาแล้วควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเรื่องโครงสร้างเดิม เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาหลังการรีโนเวท



   6. เลือกใช้วัสดุให้คุ้มค่า

    บางครั้งการรีไซเคิลก็ช่วยประหยัดงบให้เราโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงๆ อย่างเช่น นำไม้พาเลทมาทำเตียง โต๊ะกาแฟ หรือชั้นวางของ ยางรถยนต์เก่าก็ทำเป็นเบาะนั่งเล่นได้ คุ่มค่าไม่น้อยเลยทีเดียว

      
 

   7. ศึกษากฏ ระเบียบของสถานที่

    เราต้องศึกษา “กฎระเบียบ” ต่างๆ ที่นิติบุคคลได้กำหนดไว้ เพราะบางทีอาจมีข้อกำหนดที่ส่งผลต่อการเลือกใช้วัสดุ รวมถึงช่วงเวลาที่จะทำการรีโนเวทได้ หากไม่เช็คก่อนคุณอาจจะมาปวดหัวทีหลังกับปัญหาที่ตามมาก็เป็นได้


 

   8. การป้องกันเสียงดังทะลุผนัง

    เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เงียบ ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอกหรือจาก
ห้องอื่นๆ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเรื่องการป้องกันเสียงด้วย หากผนังห้องเดิมเป็นผนังก่ออิฐ หรือผนังชนิดอื่น ซึ่งอาจจะป้องกันเสียงได้ไม่ดีพอ แนะนำให้ปรับปรุงเรื่องการป้องกันเสียงด้วยการใช้ผนังที่มีนวัตกรรมป้องกันเสียงโดยเฉพาะ อาจจะใช้วิธีการกรุผนังเดิมด้วยแผ่นยิปซัม และฉนวนป้องกันเสียง ก็จะสามารถทำให้ห้องป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามา และป้องกันเสียงจากภายในห้องออกไปได้อย่างมาก


 

   9. รู้ข้อจำกัดของห้อง

    ก่อนจะทำการออกแบบใหม่ควรศึกษาข้อจำกัดของห้องให้ดีว่าสามารถทุบ ย้าย หรือเปลี่ยนทิศทางของใช้ใดๆ ตามโครงสร้างได้บ้าง เพราะจะมีหลายสิ่งที่ถูกจำกัด ซึ่งในบางครั้งแม้ว่าจะออกแบบมาอย่างดี แต่ทำไม่ได้จริง ด้วยข้อจำกัดต่างๆ



   

 

10. การเปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์

    หากพื้นที่ในห้องนอนนั้นค่อนข้างจำกัด ซึ่งเราไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้เลย เช่น การวางเตียงในห้อง แต่สิ่งที่พอทำได้คือการเปลี่ยนจุดโฟกัสสายตาไปยังสื่อื่น โดยเลือกบางสิ่งให้กลมกลืนกัน และโฟกัสไปยังจุดที่เด่นที่สุดแทน

               

   11. ปรับแบบตามสถานการณ์

    บ่อยครั้งที่เจ้าของห้องต้องการแบบและไอเดียตามที่วางไว้ แต่ถ้าหากลองยืดหยุ่นและเปิดใจ บางครั้งการปรับแบบเล็กน้อยจะได้ความคุ้มค่าที่เพิ่มมากขึ้น เช่น คุณยอมเลือกเตียงที่เล็กลงจากเดิมเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำงานภายในห้องให้มากขึ้น

   

   12. อย่ากลัวที่จะทาสี

    การใช้สีเข้มๆ ก็ช่วยให้ห้องนั้นดูแปลกตาและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แม้ว่าการทาสีทับหลายๆ ชั้น อาจทำให้คุณคิดว่าเสียค่าใช้จ่ายมากไป แต่เมื่อเทียบกับการรีโนเวททั้งห้องนั้นถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย แถมยังช่วยให้ห้องดูเด่นขึ้นมาถนัดตา



   13. ทำงานร่วมกับบุคคลที่สาม

    คุณอาจจะเลือกจ้างดีไซน์เนอร์หรือนักออกแบบสำหรับรีโนเวทห้องของคุณ จะมีข้อดีตรงที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มักจะมีคอนเนคชันสำหรับงานเหล่านี้โดยเฉพาะ จึงง่ายต่อการประสานงานรวมถึงการขนส่ง โดยคุณอาจไม่ต้องยุ่งยากในการดำเนินงานเลย



   14. พูดคุยกับเพื่อนบ้าน

    สำคัญมากที่เราควรจะบอกกล่าวกับเพื่อนบ้านหรือยูนิตข้างๆ ถึงการรีโนเวทและระยะเวลาการทำงานของคุณ เพื่อให้พวกเขาเตรียมรับมือกับเสียงดังที่จะเกิดขึ้น แต่หากไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือไม่เจอหน้า อาจจะทำโน๊ตเล็กๆ แจ้งไว้ที่ประตูก็ช่วยได้มากเช่นกัน



ห้องนอนนั่นถือเป็นห้องที่เราใช้ชีวิตกับมันในเวลาค่ำคืนมากที่สุด เราจึงควรใส่ใจในทุกรายละเอียดในการรีโนเวทห้อง เพื่อป้องกันผลกระทบที่ตามมาในระยะยาวอีกด้วย เพราะห้องนอนที่ดี จะส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตเราดีขึ้นนั่นเอง