ข้อควรรู้! ก่อนรีโนเวทห้องครัว

ห้องครัวเก่าๆ ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผ่านการใช้งานมานานหลายสิบปี นอกจากจะดูหมองไม่สวยงามแล้ว สุขอนามัยที่ดีก็พลอยหายไปด้วย หากห้องครัวของคุณกำลังอยู่ในสภาพดังกล่าวอยู่ล่ะก็ คงจะถึงเวลาแล้วล่ะครับ ที่คุณจะต้องทำการรีโนเวทห้องครัวเสียใหม่ ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัวด้วย

แต่ก่อนที่เราจะทำการรีโนเวทห้องครัวนั้น ก็มีหลายปัจจัยที่เราต้องคำนึงถึงก่อนเพื่อไม่ให้เราต้องมาประสบกับปัญหาในการแก้ไขงานในภายหลัง วันนี้เราก็จะมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนรีโนเวทห้องน้ำ ตามมาดูกันเลย

1. สไตล์หรือรูปแบบการตกแต่ง

รูปแบบการตกแต่งห้องครัวนั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ก่อนทำการรีโนเวท ควรจะเลือกสไตล์ที่ชื่นชอบและควรเป็นสไตล์ที่เข้ากับภาพรวมของบ้านด้วย ที่สำคัญคือความสวยงามของภาพรวมในห้องครัว ที่ควรจะมีความกลมกลืนกัน ทั้งในเรื่องของโทนสีและวัสดุตกแต่ง แนะนำให้ปรึกษามัณฑนากรในส่วนของงานออกแบบครับ


 

2. ฟังก์ชันการใช้งาน

ในการรีโนเวทห้องครัว จะต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่เราใช้งานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น อ่างล้างจาน เตาทำอาหาร เคาน์เตอร์หรือไอส์แลนด์สำหรับเตรียมวัตถุดิบ ซึ่งควรจะมีความคล่องตัวในการใช้งานจริง แนะนำให้ใช้เทคนิคการจัดวางแบบ ‘Work Triangle’ เป็นรูปแบบการจัดวางฟังก์ชันตู้เย็น เตาทำอาหาร และอ่างล้างจานไว้เป็นรูปสามเหลี่ยม จะช่วยให้การทำงานในห้องครัวมีความคล่องตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น


3. สภาพเครื่องใช้ไฟฟ้า

อย่าลืมตรวจสอบสภาพเครื่องฟ้าเก่าๆ ภายในห้องครัว ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ เครื่องทำกาแฟ ฯลฯ หากมีสภาพที่ชำรุดหรือเสี่ยงต่อการใช้งาน ควรทำการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมโดยด่วน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด ซึ่งอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตเราได้เลยทีเดียว

           

4. พื้นที่เก็บของ

หากห้องครัวเก่าของคุณมีพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์และวัตถุดิบทำครัวต่างๆ ไม่เพียงพอ เวลาไปจ่ายตลาดมาแต่ละครั้งก็วางของรกระเกะระกะไว้บนเคาน์เตอร์บ้าง หรือบนโต๊ะทำอาหารบ้าง จนทำให้ห้องครัวดูรกรุงรังไปหมด สิ่งที่ควรเพิ่มเติมเข้าไปในช่วงรีโนเวทก็คือตู้เก็บของที่มีช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะ รวมไปถึงชั้นวางของติดผนัง ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้เราได้อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ


5. แสงสว่าง

แสงสว่างนับเป็นส่วนสำคัญสำหรับทุกห้อง และห้องครัวก็เช่นกัน หากห้องครัวเดิมของเราไม่มีช่องรับแสงหรือความสว่างเพียงพอ อาจเพิ่มหน้าต่างบานเล็กๆ หรือติดฝ้าเพดานโปร่งแสงเพื่อให้ห้องครัวได้รับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้า หรืออาจจะติดหลอดไฟแขวนดีไซน์เก๋ๆ ก็ได้ นอกจากนี้ สีของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องครัว ก็ส่งผลต่อความสว่างด้วยเช่นกัน แนะนำว่าไม่ควรเลือกสีที่มืดทึบจนเกินไปครับ


 

6. ผนังกันเปื้อน

หากห้องครัวเดิมๆ ของเรายังไม่มีผนังกันเปื้อนหรือ Backsplash ล่ะก็ ควรจะติดตั้งเข้าไปในขั้นตอนของการรีโนเวทด้วย เนื่องจากหลังการทำอาหารอาจจะทำให้น้ำมันหรือคราบอาหารติดตามบริเวณผนัง จึงต้องใช้ผนังกันเปื้อนเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งในท้องตลาดก็จะมีผนังกันเปื้อนหรือผนังกันคราบหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ อย่าลืมคิดถึงความเหมาะสมกับรูปแบบภาพรวมของห้องครัวด้วยล่ะ


7. พื้นห้องครัว

ห้องครัวบางบ้านอาจจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง เกิดเป็นคราบสกปรกตามพื้นและยาแนวจนยากที่จะทำความสะอาด แลดูสกปรกไม่น่ามองเป็นที่สุด งานนี้คงจำเป็นต้องทำการปูพื้นใหม่ ซึ่งตามท้องตลาดก็มีวัสดุหลากหลายให้เลือกตามความชอบและงบประมาณ บางครั้งก็อาจจะปูทับลงไปเลยโดยไม่ต้องมีงานรื้อให้วุ่นวาย


8. ฝ้าเพดาน

ฝ้าเพดานเป็นส่วนที่เราอาจจมองข้าม แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาภายหลังได้ เนื่องจากห้องครัวเป็นห้องที่อาจจะมีความร้อนสูง มีไอน้ำมัน ซึ่งอาจจะทำให้ฝ้าเกิดปัญหาเชื้อรา ความชื้น และคราบสกปรกจากไอน้ำมัน ดังนั้นจึงควรเลือกชนิดของฝ้าที่เหมาะสม เช่นฝ้าทนความชื้น ฝ้ากันเชื้อรา และจะให้ดีก็ต้องมีคุณสมบัติที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายด้วย


9. อ่างล้างจาน

หากอ่างล้างจานในห้องครัวมีสภาพชำรุด ดูเก่าหมอง แถมสนิมก็ยังเกราะเป็นประจำ อาจจะถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยนอ่างล้างจานแล้วก็ได้ ควรเลือกใช้ขนาดอ่างล้างจานที่ใหญ่พอสำหรับรองรับการทำงานได้จริง และตอบสนองต่อจำนวนสมาชิกในครอบครัว ที่สำคัญควรเลือกแบบที่มีคุณภาพด้วยครับ


10. ท่อประปาและระบบระบายน้ำ

ตรวจเช็คสภาพของท่อประปาและระบบระบายน้ำ หากอุปกรณ์ชำรุดก็ควรเปลี่ยนใหม่ และหากทำการติดตั้งอ่างล้างจานใหม่ด้วยล่ะก็ การเปลี่ยนย้ายหรือติดตั้งท่อประปาภายในห้องครัวก็นับเป็นเรื่องจำเป็น ก่อนลงมือรีโนเวทแนะนำให้ตรวจสอบคุณภาพของวัสดุให้ดี และสอบถามราคาในการดำเนินงานให้แน่นอนด้วย


11. ระบบระบายอากาศ

คงไม่ดีแน่หากห้องครัวเดิมๆ ของเราไม่มีระบบระบายอากาศที่ดีพอ เพราะห้องครัวนับเป็นห้องที่ส่งกลิ่นหนักเป็นอันดับหนึ่งของบ้านเลยก็ว่าได้ เนื่องจากกิจกรรมการทำอาหารไม่ว่าจะหนักเบา ย่อมส่งให้เกิดกลิ่นรบกวนไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงควรมีการติดฮูดดูดควันสำหรับบ้านที่มีเตาทำอาหารขนาดใหญ่ หรือพัดลมระบายอากาศเล็กๆ เพื่อป้องกันกลิ่นอาหารไม่ให้คละคลุ้งไปยังห้องอื่นๆ ในบ้าน


12. งบประมาณ

การรีโนเวทห้องครัวนับเป็นงานใหญ่ และอาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นก่อนลงมือปรับปรุงห้องครัว จะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงช่าง ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในส่วนอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลายจนเกินตัว


13. ระยะเวลาในการดำเนินงาน

เนื่องจากห้องครัวเป็นห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นจึงควรกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานที่แน่นอน และทำการตกลงหรือทำสัญญากับช่างงานให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นการประกันว่างานรีโนเวทห้องครัวของเราจะเสร็จเรียบร้อยตามวันที่กำหนดและพร้อมใช้งานได้เลย


14. ผู้รับเหมา/ช่างฝีมือ

อีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือผู้รับเหมาหรือช่างฝีมือที่เราว่าจ้าง หากเป็นไปได้ควรเลือกช่างที่มีประวัติผลงานที่น่าเชื่อถือ และมีความเป็นมืออาชีพ จะช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจในระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานไปได้มาก ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะสอบถามในเรื่องค่าใช้จ่ายให้แน่นอนก่อนลงมือทำงานด้วย


15. เพื่อนบ้าน

ในระหว่างงานรีโนเวทห้องครัว ซึ่งมักจะเป็นห้องที่อยู่ท้ายสุดของบ้านหรืออาจจะใกล้กับแนวรั้วข้างบ้าน อาจก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านได้ไม่น้อย ดังนั้นแล้ว ก่อนจะลงมือทำการรีโนเวทห้องครัว ก็ควรชี้แจงและขออภัยเพื่อนบ้านเสียก่อน ป้องกันปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านที่อาจตามมาในภายหลัง


จะเห็นได้ว่า ห้องครัวเป็นห้องที่มีส่วนประกอบค่อนข้างยิบย่อย ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจจะส่งผลต่อการใช้งานจริงในระยะยาวได้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะรีโนเวทห้องครัวนะครับ